You are currently viewing ความสวยงามที่มากับคำต้องสาป

ความสวยงามที่มากับคำต้องสาป

หากพูดถึงความสวยงามที่มากับคำต้องสาปแล้ว มีหลายสิ่งบนโลกนี้ให้คุณได้นึกถึงเลยทีเดียว แต่หนึ่งในสิ่งที่โด่งดังและเป็นที่กล่าวขานมากที่สุดนั้น คงไม่พ้นเพชรสีน้ำเงินเข้มสวยงามลุ่มลึกที่ทำให้ทุกคนที่พบเห็นเกิดความหลงใหลในความสวยงามอันลึกลับนั้น หนึ่งในเรื่องราว ความสวยงามที่มากับคำต้องสาป สำคัญที่ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจเพชรเม็ดนี้ คำสาปของเพชรที่กลายเป็นที่กล่าวขานร่ำลือนั่นคือเรื่องราวของไททานิค ที่คนคิดว่าเรือไททานิคนั้นต้องถึงจุดจบเนื่องด้วยสาเหตุเพราะเพชรเม็ดนี้ด้วยหรือเปล่า ดังที่เราจะเห็นในหนังคือ เป็นเพชรที่โรสสวมใส่เพื่อเป็นแบบให้แจ็ควาดรูปนั่นเอง ไม่ว่าที่ผ่านมาเพชริเม็ดนี้จะเป็นเพชรต้องคำสาปจริงหรือไม่แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเพชรเม็ดนี้ต่างก็มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเข้ามาพัวพันในชีวิตซึ่งมีมากมายเหลือเกินในบทความนี้เราจะยกตัวอย่าง บางเหตุการณ์ที่น่าสนใจส่วนหนึ่งมาให้ทุกท่านได้อ่านกันตามเรามาเลยค่ะ

ความสวยงามที่มากับคำต้องสาป มีรูปร่างเป็นอย่างไร

ปกติแล้วเพชรที่เราเห็นโดยทั่วไปมักจะมีสีขาวใส แต่ความจริงแล้วเพชรสามารถมีได้หลายสีแต่จะหายากมากกว่าสีขาวที่เราเห็นโดยทั่วไป และยิ่งเป็นสีน้ำเงินเข้มและมีขนาดใหญ่แบบนี้ยิ่งพบเห็นได้ยาก เพชรโฮปนั้นมีน้ำหนัก 112 กะรัตซึ่งเป็นเพชรสีน้ำเงินเข้มที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยค้นพบมาในอดีต เพชรนี้มีความเชื่อกันว่า ถูกขโมยมาจากพระเนตรหรือบางตำนานก็ว่าพระนลาฏเทวรูปนางสีดาซึ่งก็คือพระลักษมี เป็นพระชายาของเทพองค์หนึ่งซึ่งเป็นพระชายาของพระวิษณุซึ่งเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาวอินเดียนับถือเป็นอย่างมากนั่นเอง เมื่อถูกขโมยไปเล่าว่าเทพเจ้าไม่พอใจจึงสาปให้ผู้ใดก็ตามที่ครอบครองต้องมีอันเกิดความวิบัติขึ้น ไม่ว่าตำนานนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ครอบครองเพชรสีน้ำเงินเม็ดนี้นั้น ต่างต้องพบกับเรื่องราวที่ไม่ดีหรือมีอันเป็นไปนั้นเป็นเรื่องจริง

เรื่องราวส่วนหนึ่งของเพชรเม็ดนี้

ผู้ครอบครองคนแรกนั้นคือพระเจ้าหลุยส์ที่14และพระนางมารีอังตัวเน็ต โดยให้ช่างฝีมือเจียระไนเพชรเม็ดนี้โดยแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งนั้นสูญหายไป ส่วนที่สองนั้นเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดเจียระไนเป็นรูปหัวใจ และส่วนที่สามไม่มีหลักฐานแน่ชัด โดยตลอดเวลาที่ครอบครองเพชรเม็ดนี้เหล่าสมาชิกราชวงศ์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเพชรทุกคนล้วนแต่มีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้น แม้แต่ในวาระสุดท้ายพระเจ้าหลุยส์ที่14และพระนางมารีอังตัวเน็ต ก็ได้สิ้นพระชนม์จากการถูกกิโยตินตัดพระเศียร ต่อมาเพชรถูกขโมยไปและได้ถูกเจียระไนแบ่งส่วนให้เล็กลงไปเพื่อให้ไม่มีใครรู้แหล่งที่มา และแต่ละส่วนที่ถูกกระจายออกไปคนที่ได้รับต่างก็พบเรื่องราวที่ไม่ดีในชีวิต เพชรได้ถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตระกูลโฮปได้ซื้อเพชรเม็ดที่ใหญ่ที่สุดนั้นไว้ และกลายเป็นเพชรประจำตะกูลจึงได้ชื่อว่าเพชรโฮปตั้งแต่นั้นมา แน่นอนว่าตระกูลโฮปก็พบแต่เรื่องราวที่เลวร้ายจนกระทั่งตระกูลล่มสลายไป หลังจากนั้นเพชรก็ได้ถูกเปลี่ยนมือไปอีกหลายต่อหลายมือ จนสุดท้ายเพชรเม็ดนี้ได้ถูกบริจาคให้กับสถาบันสมิธโซเนี่ยนในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นที่ที่จัดแสดงเพชรอยู่จนถึงปัจจุบัน หากใครสนใจอยากไปดูเพชรต้องคำสาปเม็ดนี้ด้วยตัวเอง ก็สามารถไปดูที่สถาบันแห่งนี้ได้เลย